ยิ่งรู้เร็ว ยิ่งห่างไกลอัลไซเมอร์

ทุกๆ วันที่ 21 กันยายนของทุกปีเป็นวันอัลไซเมอร์โลก

แคมเปญในปีนี้เน้นความสำคัญของการรู้เท่าทันโรคผ่านแนวคิด “The Earlier You Know, The More You Can Do. A Diagnosis Matters.” ยิ่งเราวินิจฉัยทราบโรคได้เร็ว จะช่วยให้จัดการและดูแลรักษาได้อย่างทันท่วงที

บ่อยครั้งเมื่อเริ่มมีอายุมากขึ้นและเกิดอาการหลงลืมเล็กๆ น้อยๆ นึกชื่อเพื่อนไม่ออก ลืมว่าทานอาหารอะไรไป วางของไว้ที่ใด เราอาจคิดว่าแค่แก่ก็แล้วหลงๆ ลืมๆ เป็นธรรมดา ใครๆ ก็เป็นกัน แต่ในความเป็นจริง ความจำที่แย่ลงเหล่านี้อาจไม่ใช่เรื่องปกติของความแก่ชรา และเป็นจุดเริ่มต้นของภาวะสมองเสื่อมและโรคอัลไซเมอร์ ที่เกิดจากกระบวนการสะสมของโปรตีนผิดปกติอย่างอะไมลอยด์พลัคและทาวโปรตีนซึ่งค่อยๆ ทำลายโครงสร้างและวงจรไฟฟ้าภายในสมองอย่างเงียบๆ นานหลายสิบปีก่อนจะแสดงอาการ 

สถิติทั่วโลกชี้ชัดว่าปัจจุบันมีผู้ป่วยภาวะสมองเสื่อมมากกว่า 55 ล้านคน

และตัวเลขนี้จะพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ความน่ากลัวคือโรคนี้ไม่ได้พรากแค่ความทรงจำไปจากผู้ป่วย แต่ยังทำลายตัวตน บุคลิกภาพ และความสามารถในการช่วยเหลือตัวเอง จนสร้างภาระทางอารมณ์และจิตใจอย่างหนักหน่วงให้กับผู้ดูแล

แม้โรคอัลไซเมอร์จะยังไม่มีวิธีรักษาให้หายขาดในปัจจุบัน แต่มันไม่ใช่โรคที่รักษาไม่ได้

เป้าหมายสำคัญคือการประคับประคอง ชะลอความเสื่อม และคงความสามารถในการช่วยเหลือตัวเองของผู้ป่วยไว้ให้นานที่สุด ยิ่งไปกว่านั้น งานวิจัยยังยืนยันว่าการจัดการกับ 14 ปัจจัยเสี่ยงที่ปรับเปลี่ยนได้ เช่น การควบคุมโรคประจำตัว การหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเนือยนิ่ง ทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ สามารถช่วยชะลอหรือป้องกันการเกิดโรคสมองเสื่อมได้มากถึง 45%

เราสามารถเริ่มต้นสร้างเกราะป้องกันสมองได้ตั้งแต่วันนี้ผ่านการปรับวิถีชีวิต

ทั้งการเลือกรับประทานอาหารจากพืชเป็นหลักที่ผ่านการแปรรูปน้อย การออกกำลังกายที่ผสานทั้งการคาร์ดิโอและการฝึกแบบมีแรงต้านเพื่อกระตุ้นสารบำรุงสมองอย่าง BDNF (Brain-derived neurotrophic factor) การนอนหลับอย่างเพียงพอและมีคุณภาพเพื่อให้สมองได้กำจัดโปรตีนของเสีย รวมถึงการหมั่นฝึกฝนและกระตุ้นการทำงานของสมองอย่างสม่ำเสมอ

ยิ่งรู้เร็ว ยิ่งห่างไกลอัลไซเมอร์

ข่าวดีคือในปัจจุบันเรามีความก้าวหน้าทางการแพทย์ที่ทำให้สามารถตรวจคัดกรองความเสี่ยงและค้นหาโปรตีนผิดปกติในสมองได้ตั้งแต่เนิ่นๆ แม้จะยังไม่มีอาการปรากฏ (การตรวจโปรตีนผิดปกติทั้งอะไมลอยด์และทาวโปรตีน) การตรวจพบความผิดตั้งแต่ระยะเริ่มต้นไม่ได้มีไว้เพื่อความหวาดกลัววิตกกังวล แต่คือโอกาสสำคัญที่จะช่วยให้เราวางแผนดูแลรักษา วางแผนชีวิต และรักษาคุณภาพชีวิตที่ดีเอาไว้ได้ยาวนานที่สุด เพราะการป้องกันและรู้เท่าทันย่อมดีกว่าการรอให้ปัญหาเกิดขึ้นแล้วตามแก้

สวนสุขภาพอรุณสหคลินิกเรามี โปรแกรมตรวจคัดกรองสุขภาพสมอง* โดยมีการประเมิน Biomarker และปัจจัยที่เกี่ยวข้อง เช่น

APOE
ประเมินความเสี่ยงทางพันธุกรรมที่เกี่ยวข้องกับโรคอัลไซเมอร์

Beta-Amyloid
ประเมิน Biomarker ที่เกี่ยวข้องกับการสะสมของ Amyloid ซึ่งเป็นหนึ่งในพยาธิสภาพสำคัญของ Alzheimer’s Disease

p-tau217
Biomarker ที่สัมพันธ์กับการเปลี่ยนแปลงของ Tau และกำลังมีบทบาทมากขึ้นในการประเมินโรคอัลไซเมอร์

*ผลตรวจทุกส่วนควรได้รับการพิจารณาร่วมกับประวัติสุขภาพ อาการ และการประเมินโดยบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อทำความเข้าใจความหมายของผลตรวจสำหรับแต่ละบุคคลอย่างเหมาะสม การตรวจ Biomarker เป็นส่วนหนึ่งของการประเมินสุขภาพและความเสี่ยง ไม่สามารถใช้ผลตรวจเพียงค่าเดียวเพื่อยืนยันหรือปฏิเสธการวินิจฉัยโรคอัลไซเมอร์ การเลือกตรวจและการแปลผลควรพิจารณาตามอาการ ประวัติสุขภาพ และดุลยพินิจของแพทย์


สอบถามรายละเอียด โปรแกรมตรวจคัดกรองสุขภาพสมอง และนัดหมายเพื่อรับคำปรึกษาได้ที่

สวนสุขภาพอรุณสหคลินิก
Rehabilitation & Wellness Center | Center for Brain

LINE Official: @arunhealthgarden
โทร. 02-717-4441 หรือ 094-812-7722


บทความที่เกี่ยวข้อง

Previous
Previous

อัลไซเมอร์ ป้องกันได้ ดีขึ้นได้