อัลไซเมอร์ ป้องกันได้ ดีขึ้นได้

แม้เราจะไม่สามารถฟื้นฟูเซลล์สมองที่เสียหายไปแล้วได้ แต่เราสามารถสร้างส่วนเชื่อมต่อระหว่างเซลล์ประสาทที่เรียกกันว่า ไซแนปส์ (synapse) เพิ่มได้ ซึ่งการเพิ่มจำนวนไซแนปส์จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของสมอง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความจำ สมาธิ การวางแผน การตัดสินใจ ความเร็วในประมวลผล ฯลฯ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นความสามารถของสมองที่เราเรียกว่า 'neuroplasticity'

โรคสมองเสื่อมที่พบได้บ่อยที่สุดอย่าง ‘โรคอัลไซเมอร์’ นอกจากจะพบว่ามีการตายของเซลล์ประสาทแล้ว ยังพบว่าจำนวนไซแนปส์เหล่านี้มีจำนวนลดลงอีกด้วย! หากเราสามารถเพิ่มจำนวนไซแนปส์ ก็จะทำให้กระบวนการคิดและการรับรู้ดีขึ้น (cognitive function) เพิ่มความสามารถในการช่วยเหลือตัวเอง และเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยอัลไซเมอร์ได้

ที่สวนสุขภาพอรุณ เรามุ่งเน้นการจัดการกับปัจจัยที่เป็นสาเหตุของภาวะสมองเสื่อม ทั้งการอักเสบ ภาวะดื้ออินซูลิน สารพิษฯ ร่วมกับการสร้างเสริมสุขภาพโดยรวมให้เหมาะสมกับการสร้างไซแนปส์ เพื่อป้องกันและรักษาผู้ป่วยภาวะสมองเสื่อมอัลไซเมอร์ ด้วยกระบวนการต่อไปนี้


1. โภชนาการ

โภชนาการที่เหมาะสมเป็นสิ่งจำเป็นในการมีสุขภาพดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ป่วยที่มีภาวะสมองเสื่อม การรับประทานอาหารที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของสมอง ต้านการอักเสบ ต้านอนุมูลอิสระ มีสารอาหารที่จำเป็นที่ช่วยฟื้นฟูและซ่อมแซมเซลล์สมอง สามารถช่วยป้องกันและชะลอภาวะสมองเสื่อมได้

ขั้นตอนการรักษาประกอบด้วย การประเมินการรับประทานอาหาร ภาวะโภชนาการ และออกแบบรูปแบบการทานอาหารที่เหมาะสมในผู้ป่วยแต่ละรายโดยแพทย์และนักกำหนดอาหาร


2. การออกกำลังกาย

การออกกำลังกายช่วยเพิ่มปริมาณเลือดที่ไปเลี้ยงสมอง เพิ่มปริมาณ BDNF (Brain-derived neurotrophic factor) หรือโปรตีนที่ช่วยปกป้องเซลล์สมอง และกระตุ้นการสร้างไซแนปส์ การออกกำลังยังช่วยให้ร่างกายใช้ออกซิเจนได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ช่วยลดความเครียด เพิ่มคุณภาพการนอนหลับ ควบคุมน้ำหนัก เพิ่มความไวของเซลล์ต่ออินซูลิน ทำให้สุขภาพโดยรวมและสุขภาพสมองดีขึ้นได้

ในผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัว และข้อกำจัดด้านร่างกายบางประการ เรามีบุคคลากรทางการแพทย์ นักกายภาพบำบัด และเทรนเนอร์ดูแลใกล้ชิดที่ ซิลเวอร์ สกิล ในช่วงเริ่มต้นของการออกกำลังกาย เพื่อให้การออกกำลังกายนั้นถูกต้อง ไม่บาดเจ็บ และสามารถนำไปทำต่อเองได้ในอนาคต


3. การนอนหลับ

"การนอนหลับที่ดีควรนอนอย่างน้อยวันละ 7-9 ชั่วโมง"

การนอนหลับมีความสำคัญต่อการพัฒนาความจำ และการทำงานของระบบขับสารพิษในสมอง ซึ่งช่วยกำจัดโปรตีน เช่น อไมลอยด์-เบต้า (amyloid-beta) นอกจากนี้การนอนหลับยังมีส่วนช่วยในการทำงานโดยรวมของร่างกาย ช่วยลดการอักเสบและเสริมภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง

ในผู้สูงอายุสามารถพบภาวะหยุดหายใจขณะหลับได้ค่อนข้างบ่อย เป็นภาวะที่เพิ่มความเสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจและสมองเสื่อม โดยภาวะนี้สามารถตรวจคัดกรองได้จากการวัดออกซิเจนในเลือดขณะนอนหลับ


4. การจัดการความเครียด

ความเครียด โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเครียดเรื้อรัง อาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดภาวะสมองเสื่อม แม้ว่าความเครียดจะเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่เราก็สามารถเรียนรู้ที่จะจัดการและรับมือกับความเครียดได้

การฝึกจัดการกับความเครียดในแต่ละวันสามารถทำได้หลากหลายวิธี เช่น การเจริญสติ การทำสมาธิ ฝึกการหายใจ โยคะ รวมถึงการมีเวลาดูแลตัวเอง หลีกเลี่ยงการทำงานมากเกินไป รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลัง และนอนหลับอย่างเพียงพอ


5. ฝึกกระตุ้นสมอง

เราต่างทราบกันดีกว่าการออกกำลังกายจะทำให้กล้ามเนื้อแข็งแรงขึ้น และหากไม่ได้มีการออกกำลังกายกล้ามเนื้อก็จะไม่แข็งแรง สมองของเราก็เช่นกัน เราสามารถพัฒนาทักษะการคิด การตัดสินใจ สมาธิ และความจำผ่านการออกกำลังสมอง การกระตุ้นสมองสามารถทำได้หลายวิธี เช่น การร่วมกิจกรรมทางสังคม การเรียนรู้สิ่งใหม่-ภาษาใหม่ หรือการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ถูกออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับการกระตุ้นการพัฒนาสมองและชะลอภาวะสมองเสื่อม


6. การกำจัดสารพิษ

การหลีกเลี่ยงสารพิษที่ส่งผลต่อการการทำงานของสมอง ไม่ว่าจะเป็นพิษโลหะหนัก มลพิษในอากาศ PM2.5 ควันรถยนต์ ควันบุหรี่ แอลกอฮอล์ ฯลฯ เป็นส่วนสำคัญในการทำให้สุขภาพสมองดี การตรวจวัดระดับสารพิษโลหะหนัก และระดับสารต้านอนุมูลอิสระ จะช่วยให้เราสามารถประเมินและวางแผนการรักษาได้อย่างถูกจุด เช่น การทำฟาสติ้ง การเสริมกลูธาไทโอน รวมไปถึงคีเลชั่นหากมีข้อบ่งชี้


7. อาหารเสริม และโภชนเภสัช (Nutraceuticals)

อาหารเสริมไม่ได้จำเป็นสำหรับทุกคน แต่ในคนบางกลุ่มโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้สูงอายุ ที่มีความเสี่ยงสูงกว่าคนทั่วไปในการขาดสารอาหาร ซึ่งอาจมีสาเหตุมาจากความอยากอาหารที่ลดลง การรับรู้รสเปลี่ยนแปลงไป กรดในกระเพาะอาหารลดลงทำให้การดูดซึมวิตามินบางชนิด เช่น บี 12 ทำได้ไม่ดีเหมือนเดิม มีโรคประจำตัวหรือรับประทานยาบางชนิดที่อาจรบกวนการดูดซึมสารอาหาร วิตามิน และแร่ธาตุ สิ่งเหล่านี้อาจนำไปสู่ภาวะขาดสารอาหาร และส่งผลต่อสุขภาพโดยรวม รวมไปถึงสุขภาพสมองได้ ในกรณีนี้อาหารเสริมจะมีส่วนสำคัญอย่างมากในการรักษา

อัลไซเมอร์เป็นโรคที่เกิดจากหลายปัจจัยด้วยกัน ซึ่งแต่ละคนมีปัจจัยที่ทำให้เกิดอัลไซเมอร์ไม่เหมือนกัน ดังน้ัน การป้องกันหรือรักษาอัลไซเมอร์จึงเป็น Multifactorial คือ ควรจัดการกับปัจจัยที่เป็นสาเหตุของแต่ละบุคคล ไม่มีสูตรสำเร็จตายตัว แต่เป็นเรื่องที่ต้องตรวจหาเฉพาะบุคคล (Personalized Medicine) การให้ยาตัวเดียวแล้วหวังให้ผู้ป่วยดีขึ้นจากโรคนี้จึงเป็นไปไม่ได้


ในปัจจุบัน แม้ยังไม่มีวิธีรักษาโรคอัลไซเมอร์ให้หายขาด แต่ก็มีการรักษาที่ยังสามารถช่วยให้อาการดีขึ้น ชะลอการดำเนินของโรค และปรับปรุงคุณภาพชีวิตของผู้ที่ได้รับผลกระทบได้

แต่ถึงแม้จะมีการรักษา…โรคอัลไซเมอร์ก็ยังเป็นภาวะที่ซับซ้อน รวมไปถึงประสิทธิภาพของการรักษาอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล สิ่งสำคัญคือต้องทำงานอย่างใกล้ชิดกับผู้ให้บริการด้านการดูแลสุขภาพเพื่อพัฒนาแผนการรักษาส่วนบุคคลที่ตรงกับความต้องการของผู้ป่วย

ที่สวนสุขภาพอรุณมีทีมสหวิชาชีพทั้งแพทย์ พยาบาล นักกำหนดอาหาร นักกายภาพบำบัด นักกิจกรรมบำบัด และนักจิตวิทยา ที่พร้อมให้คำปรึกษา ดูแล ช่วยกันวางแผนและออกแบบการรักษาเฉพาะบุคคล เพื่อให้การดูแลรักษามีประสิทธิภาพมากที่สุด

Next
Next

ยิ่งรู้เร็ว ยิ่งห่างไกลอัลไซเมอร์